วันพุธที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2553

10 แนวโน้มสำคัญที่จะเกิดขึ้นบนโลกไอที ในปี 54


ที่มา ผู้จัดการออนไลน์ 13 ธันวาคม 2553 17:34 น.
http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9530000175183


ไอดีซีคาด การเติบโตของบริษัทต่างๆ ในเอเชียจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านไอซีที ในปี 2554 เชื่อแอปพลิเคชัน Socialytics เป็นเรื่องเด่นในการคาดการณ์ 10 อันดับแนวโน้มที่สำคัญในปี 2554    
       บริษัทวิจัยตลาดไอดีซี (International Data Corperation) คาดการณ์ 10 แนวโน้มสำคัญของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยกเว้นญี่ปุ่น ในปี 2554 การดำเนินธุรกิจของภูมิภาคเอเชียและมุมมองด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) นั้นจะยังคงถูกเน้นหนักไปที่ภาพของการเติบโตอย่างยั่งยืน หรือในบางกรณีมีอัตราการเติบโตในระดับสูง ด้วยเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนส่งผลให้เกิดการแปลงสภาพของอุตสาหกรรม ไอซีที ตามลำดับ และยังเป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดการใช้งานกันอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น
    
       ต่อไปนี้คือ 10 อันดับแนวโน้มด้านไอซีทีที่สำคัญในปี 2554 ที่ไอดีซีเชื่อว่าจะเป็นแนวโน้มสำคัญที่ส่งผลกระทบตลาดไอซีทีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
    
       1. แอปพลิเคชั่น Socialytic จะเปลี่ยนตลาด
    
       ในปี 2554 Social media และ Business analytical จะทำงานร่วมกันอย่างกลมกลืน ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มให้มีใช้แอปพลิเคชันใหม่ๆ ภายในองค์กร โดยแอปพลิเคชันทางธุรกิจทุกประเภทจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงพื้นฐานของระบบโครงการสร้างการทำงาน ด้วยการรวมซอฟต์แวร์ด้าน Social/Collaboration และงานด้านการวิเคราะห์ เข้าไปเป็นหน่วยหนึ่งในแอปพลิเคชันทางธุรกิจที่ใช้งานมาดั้งเดิม ในปี 2554
    
       2. Mobilution - Mobility จะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในตลาดไอที
    
       สิ่งที่เราเรียกว่า “มหาพายุ (Perfect storm)” ซึ่งเกิดจากวิวัฒนาการของเทคโนโลยีหลายประเภทที่รวมตัวกัน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในเรื่องโมบิลิตี้ แท็บเล็ต มีเดียแท็บเล็ต อย่างไอแพด และสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ สามารถทำงานด้านซอฟต์แวร์ หรือเซอร์วิสได้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้เทคโนโลยี Cloud Computing ในปัจจุบัน ทำให้เราพบว่าระบบไอทีต่างๆ กำลังจะเริ่มให้บริการในรูปแบบที่เป็นเวอร์ชวลไลซ์มากขึ้น โดยจะลดความสำคัญของงานประมวลผลที่ติดตั้งอยู่ในอุปกรณ์ สิ่งนี้จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่าง กลายเป็น Mobile อย่างจริงจัง และในปี 2554 จะเป็นปีที่หลายๆ หน่วยงานให้ความสำคัญญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง
    
       3.“จ่ายน้อยยุ่งยากน้อย Less for Less” - พอร์ทัลสำหรับให้ลูกค้าใช้บริการด้วยตนเองจะเป็นหัวหอกในการนำเสนอบริการราคาประหยัดที่ยึดเอาลูกค้าเป็นตัวตั้ง
    
       การมองลูกค้าเป็นตัวตั้ง - การปรับเปลี่ยนสินค้าหรือบริการไปตามสภาพของตลาดที่เปลี่ยนไป จะกลายเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญที่สุดสำหรับองค์กร ในขณะเดียวกันผู้คนก็จะเห็นแนวคิดหรือวิถีชีวิตที่มาจากคน Gen-Y เพิ่มขึ้นในโลกของธุรกิจอีกด้วย ด้วยแรงขับเคลื่อนจากสองสิ่งนี้ในสภาพแวดล้อมของการทำงาน บทบาทของการให้บริการด้วยตนเอง (Self-service) ที่เป็นการใช้งานผ่านเว็บไซต์จะกลายเป็นเรื่องสำคัญ จากแนวคิดของ “จ่ายน้อยยุ่งยากน้อย” หมายถึงค่าใช้จ่ายที่น้อยสำหรับการใช้บริการที่จะเกิดขึ้นสำหรับลูกค้าผู้ใช้บริการ ที่ไม่มีความซับซ้อนต่อการใช้บริการ ง่ายต่อการให้บริการดูแลลูกค้า ซึ่งไอซีทีจะมีบทบาทที่สำคัญในเรื่องของบริการด้วยตนเองที่ “จ่ายน้อยยุ่งยากน้อย” ที่ใช้แนวคิดลูกค้าเป็นตัวตั้ง
    
       4. Analytics จะช่วยเร่งการติดตามพฤติกรรมการบริโภคในเอเชีย
    
       การแข่งขันที่คาดว่าจะทวีความเข้มข้นในเอเชียในอีก 3-5 ปีข้างหน้า กำลังมุ่งเข้าตลาดในภูมิภาคนี้ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโต จากเหตุผลในเรื่องของความสามารถในการพัฒนาวิธีการตัดสินใจและช่วยส่งเสริมให้รายได้เพิ่มขึ้นสูงขึ้น การวิเคราะห์ด้านธุรกิจถูกคาดว่าจะเคลื่อนเข้าสู่ระยะกลางสำหรับบรรดาซีไอโอ ในปี 2554 เมื่อเทคโนโลยีนี้กำลังถูกมองว่าเป็นตัวช่วยให้องค์กรต่างๆ เพื่อความสามารถในการแข่งขันได้
    
       5. iPad จะได้รับความสนใจอย่างแพร่หลายในเรื่อง Client Virtualization
    
       ด้วยกระแสความนิยม iPad ในปี 2533 ส่งผลให้ซีไอโอของแต่ละองค์กรกำลังถูกเชิญชวนโดยผู้บริหารระดับสูงของ Apple เพื่อโน้มน้าวให้ผลิตภัณฑ์ของแอปเปิลสามารถเชื่อมต่อเข้าไประบบไอทีขององค์กร และสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นความลับได้ ทั้งที่ซีไอโอกำลังกังวลว่ามีโอกาสที่อาจจะมีปัญหาในเรื่องความเสี่ยงต่างๆ
    
       เพราะเหตุนี้โซลูชันทางเลือกที่เป็นไปได้ทางหนึ่งคือการใช้ Client Virtualization ด้วยการสร้างช่วงของการใช้งานที่เป็นเวอร์ชวลไลซ์ ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าไปใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ ได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงระบบปฏิบัติการ อีกทั้งยังสามารถสร้างความมั่นใจให้กับซีไอโอว่าพวกเขาจะรู้ได้ว่าข้อมูลต่างๆ ขององค์กรนั้นมีความปลอดภัย เรื่องนี้เป็นไปได้ว่าจะใช้เวลาอีกหลายปีในการดำเนินการ แต่ไอดีซีคาดว่าการใช้งานอย่างแพร่หลายของ Client Virtualization จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
    
       6. การให้บริการและการจัดตั้งสมาพันธ์จะเป็นตัวโน้มน้าวให้เกิดการใช้งาน Cloud ในระดับองค์กร
    
       การเริ่มต้นของเทคโนโลยีและบริการ Private Cloud สำหรับองค์กรขนาดกลางและขนาดใหญ่จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2554 เนื่องจาก ความกังวลเกี่ยวกับระบบความปลอดภัย ความเสถียร และประสิทธิภาพของบริการ Public Cloud ไอดีซี คาดว่า ความสามารถในการผสานรวมแอปพลิเคชันหรือบริการจากคลาวด์กับแอปพลิเคชัน หรือบริการจากหน่วยงานไอทีขององค์กรหรือกับบริการจากผู้ให้บริการคลาวด์ อีกรายหนึ่งนั้นจะเป็นได้ทั้งแรงบวกหรือลบสำหรับการนำคลาวด์มาใช้ในองค์กร
    
       ยกตัวอย่างเช่น หากบริษัทต่างๆ ในเอเชียจะใช้บริการคลาวด์ ที่จะเน้นไปที่โซลูชันที่ใช้งานตามความต้องการเฉพาะเรื่องมากกว่าที่จะใช้งานแบบ “ถอดทิ้งและแทนที่ใหม่” มันจะเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าแอปพลิเคชันที่ใช้งานในปัจจุบันกับแอปพลิเคชันของ คลาวด์จำเป็นจะต้องผนวกเข้าด้วยกัน ถ้าหากปราศจากการผสานรวมกันแล้ว มันจะเป็นเรื่องยากที่จะบรรลุถึงวัตถุประสงค์ในเรื่องผลตอบแทนการลงทุน (ROI)
    
       7. องค์กรธุรกิจที่ทันสมัยจะเริ่มทำแค๊ตตาล๊อกบนพื้นฐานเกี่ยวกับไอที (Catalog-Based IT)
    
       จากการที่เศรษฐกิจของภูมิภาคนี้ได้กลับมาฟื้นตัวและธุรกิจต่างๆ ก็กำลังเติบโต ผู้ใช้งานจะเริ่มมีความต้องการใช้ทรัพยากรด้านไอทีมากขึ้น การจัดหาทรัพยากรคอมพิวเตอร์มาให้ได้แบบปัจจุบันทันด่วนกำลังกลายเป็นความต้องการที่เหมือนจะเป็นข้อบังคับภายในองค์กร จะถูกคาดหวังให้สนับสนุนความต้องการใช้งานเฉพาะหน้าที่ ส่วนมากจะเป็นแบบปัจจุบันทันด่วน หนทางเดียวที่จะตอบสนองต่อความคาดหวังเรื่องต่างๆ เหล่านี้ได้คือการติดตาม และการเตรียมพร้อมในเรื่องทรัพยากรด้านไอที ผ่านแคตตาล๊อกบนพื้นฐานไอที (catalog-based IT)
    
       ไอดีซีคาดว่า มากกว่าร้อยละ 50 ขององค์กรธุรกิจสัญชาติเอเชียขนาดกลางถึงใหญ่ กำลังถูกสั่งให้สร้างแคตตาล๊อกบนพื้นฐานไอซีที ในปี 2554
    
       8. Business-as-a-Service เป็นคำตอบสำหรับการผสานระหว่างไอทีกับธุรกิจเข้าด้วยกัน?
    
       Business-as-a-Service เป็นการนำเสนอบริการที่เน้นไปในเรื่องของขั้นตอนดำเนินธุรกิจมากกว่าการนำเทคโนโลยีเข้ามาแทนที มันเป็นแนวโน้มที่แสดงถึงความสำคัญและผลกระทบที่ไม่ใช่แค่เรื่องไอทีเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงเรื่องการเอ้าซอร์สขั้นตอนการดำเนินธุรกิจทั้งหมด ดังนั้น Business-as-a-Service จึงถูกคาดหมายว่าจะเป็นสิ่งที่นำแสงแห่งความหวังในการจับคู่ระหว่างไอที และธุรกิจ ให้กลายเป็น “หนึ่งเดียวกัน” เพื่อแข่งขันได้อย่างมั่นใจในตลาดเอเชียแปซิฟิก ไอดีซีเชื่อว่าแนวโน้มดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และจะเป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในปี 2554
    
       9. ผู้ให้บริการโทรคมนาคมจะหันกลับมาตลาดไอที
    
       Cloud ยังคงถูกพูดถึงจนถึงทุกวันนี้ เป็นหนึ่งในยุคของเทคโนโลยีซึ่งจะช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมครองตลาดได้ เนื่องจากมันเป็นข้อได้เปรียบที่ติดมาจากการเป็นเจ้าของระบบโครงข่ายการติดต่อสื่อสาร ซึ่งสิ่งนี้เรื่องจำเป็นที่สำหรับการให้บริการ Cloud ทั้งหมด
    
       ไอดีซี เชื่อว่าองค์กรส่วนใหญ่จะมุ่งพัฒนาไปสู่รูปแบบคลาวด์ที่เป็นลูกผสม โดยที่บริษัทหลายแห่งชอบที่จะปกป้องทรัพย์สินของตนเองโดยเฉพาะงานหรือแอพพลิเคชันที่มีความสำคัญต่อองค์กรไว้ภายใน Private Cloud ที่ลงทุนเอง ไอดีซีเชื่อว่าผู้ให้บริการโทรคมนาคมจะไม่หันหลังให้กับโอกาสสำหรับโซลูชันไพรเวท คลาวด์ที่องค์กรต่างๆ จะลงทุนเอง ตลาดนี้คาดว่าจะมีมูลค่าราว 752 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2554 และคาดว่าจะสูงถึง 1.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2557
    
       10. ผู้ให้บริการโทรคมนาคมจะมองหาเทคโนโลยี Cloud เพื่อใช้ในการดำเนินงาน
    
       ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตกำลังเร่งนำเสนอบริการ Cloud ให้กับผู้ใช้งานที่เป็นบุคคลทั่วไปหรือองค์กรธุรกิจ แต่กลับมีกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมย่อยที่เกิดใหม่และน่าจับตามอง ซึ่งเกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และบริการไอที โดยผู้จัดหาอุปกรณ์เครือข่ายกำลังจัดหาผลิตภัณฑ์เหล่านี้ให้กับผู้ให้บริการโทรคมนาคม ซึ่งจะทำหน้าที่ในการแปลงผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี หรือการให้บริการเหล่านี้ไปสู่การให้บริการคลาวด์ ที่ให้ผลตอบแทนกลับมาเป็นตัวเงินได้
    
       รูปแบบการให้บริการคลาวด์ที่นำเสนอในลักษณะที่ไม่ใช่เป็นแบบ “ผู้ให้บริการหนึ่งรายต่อลูกค้าหลายราย” ซึ่งมักจะเป็นเรื่องที่อยู่ในใจเสมอเมื่อกำลังพูดถึงบริการคลาวด์ที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคม โดยทั่วไปแล้วมักลังเลเป็นอย่างมากที่จะแชร์เซิฟเวอร์เดียวกันกับคู่แข่งของเขา เพื่อขจัดปัญหาเช่นนั้น ผู้จัดหาอุปกรณ์เครือข่าย กำลังมองหาแนวทางในการนำเสนอบริการเหล่านี้ในลักษณะ Hosted Private Cloud ซึ่งจะมีการจัดสรรโครงสร้างพื้นฐานตามตรรกะตามผู้ให้บริการโทรคมนาคมแต่ละราย ด้วยทิศทางในอนาคตที่จะมุ่งไปสู่การมีโครงสร้างพื้นฐานของ cloud ที่เสมือนจะแยกกันอย่างชัดเจน จะทำให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมทั้งหลายจะรู้สึกสบายใจมากขึ้นในเรื่องของแนวคิดการใช้งานร่วมกัน
ที่มา โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์13 ธันวาคม 2553 17:34 น.

วันพุธที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2553

จะสะดวกสบายแค่ไหน หากคุณมีนกแอร์อยู่บน iphone ของคุณวันนี้



ที่มา  http://www.nokair.com/
เผยแพร่  28 เมษายน 2553




 นกแอร์ได้เพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้โดยสารโดยการพัฒนาแอปพลิเคชั่น
บน iPhone และ iPod Touch โดยคุณสามารถเช็คราคาค่าโดยสารตรวจสอบ
ตารางการบิน ดูข้อมูลการเดินทางเช็คอินและเลือกที่นั่ง หรือแม้กระทั่งการจองตั๋ว
โดยสารและชำระผ่านเคาท์เตอร์เซอร์วิส หรือ ATM ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายยิ่งขึ้น

นอกจากนั้นคุณยังสามารถส่งข่าวคราวอัพเดทล่าสุดเกี่ยวกับการเดินทางของคุณ
กับนกแอร์ผ่าน Facebook และ Twitter เท่านี้ การเดินทางกับนกแอร์ก็เป็นเรื่องง่ายๆ
เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส

Ethical in and Legal Issues in E-Business

Ethical Issues จรรยาบรรณที่ควรพิจารณาเกี่ยวกับ E-Commerce มีดังนี้
  
  • Privacy - ความเป็นส่วนตัว
ควรระมัดระวังเรื่องการล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เช่น ตรวจสอบ E-mail ของพนักงาน ทุกคน ตรวจสอบการใช้งานคอมพิวเตอร์ในองค์กร หรือ ทำการบันทึกประวัติผู้ซื้อผ่าน การชำระเงิน การเก็บข้อมูลเมื่อมีผู้เข้ามาเยี่ยมชมใน Website เป็นต้น
 
  • Web Tracking- การติดตามพฤติกรรมการเข้าชม Website
การเก็บข้อมูลผู้เข้าชม Website นั้นสามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลทางสถิติในการวิเคราะห์ของผู้ขาย แต่ในส่วนของผู้ซื้อนั้นได้มีการจำกัดการจดจำการเข้าถึง Website โดยการลงโปรแกรม เช่น Cookie Cutter, Spam Butcher, Privacy Guardian and Track Eraser

  • Loss of Jobs - การสูญเสียงาน
เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการสูญเสียงานของสื่อตัวกลางที่ให้บริการ 2 รูปแบบคือ
(1)     Matching and providing information
ตัวกลางที่ให้บริการนำเสนอข้อมูลข่าวสารนี้ สามารถยกเลิกการจ้างงานได้ เราเรียกปรากฏการณ์ นี้ว่า Disintermediation (การยกเลิกคนกลาง) เนื่องจาก E-Commerce ไม่จำเป็นต้องใช้ คนกลาง (ผู้อยู่ระหว่างกลางของผู้ขายและผู้ซื้อ)ในลักษณะนี้
(2)     Value-added services
คือ ตัวลางที่ทำหน้าที่ในการเพิ่มมูลค่าในการบริการ เช่น การให้คำปรึกษา (Broker หรือ ผู้ชำนาญ) ไม่สามารถขจัดออกไปได้ทั้งหมดจาก E-Commerce ปรากฏการณ์แบบนี้เรียก ว่า Reintermediation การคงคนกลางเอาไว้

Legal Issues

เนื่องจากการซื้อ – ขายบนอินเตอร์เน็ต ที่ซึ่งผู้ซื้อ และผู้ขายอาจอยู่ห่างกันคนละซีกโลก โอกาสในการเกิดการหลอกลวงยังมีอยู่มาก และยังควบคุมได้ยากอีกด้วย
ปัจจุบันได้มีการออก พระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา และ กฎหมายที่เกี่ยวกับ ไอที เทคโนโลยี ธุรกิจไว้      เช่น พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๕๑

Protection of Buyers and Sellers

มีหลายแนวทางด้วยกันในการป้องกันผู้ซื้อและผู้ขายถูกหลอกลวงใน EC
      • Buyer Protection เช่น ซื้อสินค้ากับ Website ที่เชื่อถือได้, ตรวจสอบข้อมูลผู้ขายก่อนซื้อสินค้า, ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Website, การรับประกันสินค้า, เปรียบเทียบกับการซื้อสินค้าในร้านค้าปกติ และ สอบถามข้อมูลกับเพื่อน หรือคนรู้จัก เป็นต้น
      • Seller Protection ต้องมีการป้องกันเช่นเดียวกัน เช่น ลูกค้าไม่ยอมจ่ายเงิน รับของแล้ว บอกว่ายังไม่ได้รับ เป็นต้น



เรียบเรียงจากบทความเรื่อง  E- Business and E-Commerce, Information Technology for Management: Transforming Organizations in the Digital Economy 7th Edition By Efraim Turban, Dorothy Leidner,  Ephraim McLean, James  Wetherbe (P.196 – 232)

E-Commerce Support Services: Payment and Order Fulfillment

 
Electronic Payments

Electronic Payments คือ ส่วนหนึ่งในของการทำธุรกิจ จะเป็นแบบเดิมหรือ ออนไลน์ก็ตาม แต่การจ่ายเงินโดยวิธีการเดิมไม่เหมาะกับ E-Commerce ซึ่งวิธีการจ่ายเงินที่เหมาะสมนั้น ควรจะเป็นรูปแบบดังต่อไปนี้ 

Electronic Checks (e-checks) รูปแบบจะคล้ายกับเช็คที่เราใช้ทั่วไป แต่เป็นการโอนเช็คที่เข้ารหัสผ่านสื่ออิเล็คทรอนิกส์ นิยมใช้กับ B2B 

Electronic Credit Cards ทำให้การชำระเงินแบบ online ทำได้ง่ายขึ้น โดยผ่านทาง credit card 

Purchasing Cards ในกรณีของ B2B มันจะทัดเทียมกับ electronic credit cards มีข้อจำกัดในการใช้งาน และมีการชำระหนี้ค่อนข้างสั้นกว่าปกติ

Electronic Cash (e-cash) มีสามรูปแบบด้วยกันคือ: stored-value money cards, smart cards และ person-to-person payments.

1)       Person- to-Person Payment รูปแบบหนึ่งของ e-cash ที่ยอมให้มีการโอนเงินระหว่าง รายย่อยสองราย หรือ   ระหว่างระย่อยกับองค์กรธุรกิจ โดยไม่ได้ใช้ credit card  เช่น PayPal

2)       Stored-value money card รูปแบบหนึ่งของ e-cash ซึ่งเก็บเงินที่ได้จ่ายล่วงหน้าไว้ ก่อนแล้วเอาไว้ จำนวนเงินจะถูกหักทุก ๆ ครั้งที่การ์ดถูกใช้ เช่น บัตรทางด่วน บัตรรถไฟฟ้า

3)       Smart card รูปแบบหนึ่งของ e-cards ซึ่งบรรจุ microprocessor (chip) เอาไว้ ทำให้ การ์ดสามารถเก็บสารสนเทศที่ต้องใช้เอาไว้ได้เป็นจำนวนมาก มันจะถูกนำมาประมวลเมื่อใช้งาน ปลอมแปลงได้ยากกว่าชนิดแถบแม่เหล็ก

Electronic Bill Presentment and Payments ยอมให้ลูกค้าจ่ายเงินเป็นรายเดือน เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าน้ำ ค่าไฟ เป็นต้น ผ่านทางบริการออนไลน์ 

Paying Bills at ATMs เป็นการชำระเงินผ่านทางเครื่อง ATM

Security in Electronic Payment

สองสิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาคือ อะไรที่จะทำให้ EC payment ปลอดภัย และ วิธีการใด ควรนำมาใช้
  
ความต้องการเกี่ยวกับความปลอดภัย

      • การพิสูจน์ตัวตน ผู้ซื้อ ผู้ขายและ Paying institution จะต้องรับรู้ตัวตน ในการทำธุรกรรมที่กำลังดำเนินอยู่ ของผู้ที่ตนกำลังทำกิจกรรมด้วย

      • ความเป็นเอกภาพ  ต้องมั่นใจได้ว่าข้อมูลและสารสนเทศที่ถูกจัดส่งใน E-Commerce จะไม่เกิดอุบัติ เหตุ เกิดการกระทำที่ประสงค์ร้าย หรือถูกทำลายในขณะที่กำลังส่ง

      • การไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ (Nonrepudiation)  ผู้ค้าต้องทำการต่อต้านการยกเลิกการสั่งของ จากลูกค้าที่อย่างไม่มีเหตุผล ในทางกลับกัน ลูกค้าย่อมต้องป้องกันการปฏิเสธการส่งของไม่มีเหตุผลหลังจากการจ่ายเงินไป หรือเรียกว่า repudiation
ความเป็นส่วนตัว (Privacy) ลูกค้าส่วนใหญ่ล้วนต้องการให้ชี้ชัดถึงความมั่นใจ พวกเขาไม่ต้องการให้ผู้อื่นล่วงรู้ข้อมูลว่า เขาซื้ออะไร จ่ายเงินโดยวิธีการใด 

ความปลอดภัย (Safety) ลูกค้าต้องการความมั่นใจว่า มีความปลอดภัยพอเพียง เมื่อให้ หมายเลขเครดิตการ์ดบนอินเตอร์เน็ต 

Security Protection 

มีหลายวิธีด้วยกันในการในการรักษาความปลอดภัย หลักๆแล้วจะใช้การเข้ารหัส (encryption)มากที่สุด วิธีการอื่นๆได้แก่

    • E-wallets (digital wallets) กลไกทางซอฟท์แวร์ที่ให้ security measure และ ความ สะดวกใน EC purchasing เข้าไว้ด้วยกัน

    • Virtual credit card กลไกในการจ่ายเงินที่ยอมให้ผู้ซื้อซื้อของภายใต้ ID number และ รหัสผ่าน อันหนึ่ง แทนที่จะใช้หมายเลขเครดิตการ์ด   

    • Payment Using Fingerprint ซุปเปอร์มาเก็ตเริ่มนำมาใช้กันมากขึ้น โดยทำการคัดลอก ลายพิมพ์นิ้วเอาไว้ก่อน เมื่อลูกค้าไปซื้อของจะทำการตรวจสอบผู้ซื้อผ่านทางลายนิ้ว มือว่าผู้นั้นคือใคร จากนั้นจึงทำการหักบัญชีหรือเครดิตการ์ด

Order Fulfillment

เมื่อบริษัทขายของให้ลูกค้าแล้ว กระบวนการต่อไปนี้จะเกิดขึ้น จัดเตรียมสินค้าที่ต้อง การจัดส่ง บรรจุ (Packing) จัดส่งไปให้ถึงมือลูกค้า เรียกเก็บเงิน เตรียมรับของคืนในกรณีที่ไม่มีผู้รับหรือลูกค้าต้องการคืนของ รวมเรียกกิจกรรมทั้งหมดนี้ว่าOrder fulfillment
 



เรียบเรียงจากบทความเรื่อง  E- Business and E-Commerce, Information Technology for Management: Transforming Organizations in the Digital Economy 7th Edition By Efraim Turban, Dorothy Leidner,  Ephraim McLean, James  Wetherbe (P.196 – 232)

Major Models of E-Business: From E-Government to C2C

นอกจาก E-Commerce จะทำธุรกิจระหว่าง business partners แล้ว ยังสามารถเกิดขึ้นภายในองค์กรเดียวกันอีกด้วย หรือที่เรียกว่า Intrabusiness

Intrabusiness E- commerce ภายในองค์กรหนึ่งๆ ระหว่างองค์กรและพนักงานของเขา (B2E) หรือ ระหว่างหน่วยธุรกิจต่างๆ ในองค์กรนั้นๆ หรือ ระหว่างพนักงานต่างๆ ใน องค์กรเดียวกัน

Business to its Employees (B2E) commerce เป็นการดำเนินธุรกิจผ่านทาง intranet ของบริษัท ส่วนมากมีบริษัทเป็นผู้ขายและมีพนักงานเป็นผู้ซื้อ เช่น การอบรมแบบ ออนไลน์ทำให้พนักงานเลือกเวลาได้เอง การทำประกันในราคาพิเศษ การซื้อแพ็กเกจไปท่องเที่ยว หรือ ซื้อของราคาถูกจากร้านขายของของบริษัท เป็นต้น จุดมุ่ง หมายหลักมิได้แสวงหากำไร แต่เป็นสวัสดิการของพนักงาน
 
E-commerce between and among corporate Employees องค์กรบางแห่งยอมให้ พนักงานขายสินค้าผ่าน intranet ขององค์กรได้ 

E-commerce between and among units within the business องค์กรที่มีขนาดใหญ่ มักประกอบด้วยหน่วยงานต่างๆหลายๆหน่วยที่เป็นอิสระจากกัน หรือ เรียกว่า strategic business units (SBU) หน่วยงานเหล่านี้จะ ขาย หรือ ซื้อวัตถุดิบ สินค้า และ การบริการจากกันและกัน ผ่านทาง intranet
 
Collaborative Commerce องค์กรที่มีการเชื่อมโยงการติดต่อสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับบริษัทให้อยู่ในรูปแบบของอิเล็กทรอนิกส์ทั้งระบบ ระหว่างบริษัทกับคู่ค้า และ Suppliers ช่วยให้การแบ่งปันข้อมูลและการติดตามกระบวนการทำงานทั้งหมดในระบบเป็นไปได้อย่างสะดวก และก็เข้าถึงได้ง่าย

E-Government and Consumer-to-Consumer EC คือการใช้ e-commerce มาทำการจัดส่งสารสนเทศและการให้บริการ สาธารณต่างๆ ไปยังประชาชน พันธมิตรทางธุรกิจ และ Suppliers ของรัฐบาลนั้น รวมทั้งส่วนงานอื่น ๆ ที่เป็นหน่วยงานสาธารณะ E-government application สามารถแบ่งได้เป็นสามแบบหลัก ๆ คือ 

       a) government-to-citizens (G2C) หน่วยงานรัฐบาลให้บริการต่างๆผ่านinternet
 
b) government–to–business (G2B) หน่วยงานรัฐบาลขายหรือซื้อของจากหน่วยงาน ธุรกิจของเอกชน
c) government-to–government (G2G) ก็จะเป็น EC ที่เกิดระหว่างหน่วยงานของรัฐบาล หนึ่งกระทำกับหน่วยงานของอีกรัฐบาลหนึ่ง

Customer-to-Consumer E-Commerce หมายถึง E-commerce ซึ่งทั้งผู้ซื้อและผู้ขายเป็นรายย่อย (ไม่ได้ทำธุรกิจ) สามารถทำได้หลายทาง ได้แก่
        • C2C auctions ผู้ขายรายย่อยส่งของไปบน Web คนกลางเพื่อให้ผู้ซื้อรายย่อยประมูล หรือทำการเปิดประมูลด้วยตนเองผ่านทางซอฟท์แวร์ที่ทำหน้าที่นี้
        • Classified Ads จัดทำ ads online เพื่อโฆษณาขายสินค้า
        • Personal Services ประกาศเสนอให้การบริการ เช่น รับว่าความ รับซ่อมแซมสิ่ง ปลูกสร้างบน internet
        • Support services to C2C เป็นการสนับสนุนกิจกรรมของ C2C เช่น การชำระเงิน การส่งของ เป็นต้น


เรียบเรียงจากบทความเรื่อง  E- Business and E-Commerce, Information Technology for Management: Transforming Organizations in the Digital Economy 7th Edition By Efraim Turban, Dorothy Leidner,  Ephraim McLean, James  Wetherbe (P.196 – 232)




Business-to -Business Applications

ในรูปแบบธุรกิจประเภทนี้ ผู้ซื้อ ผู้ขาย และ การทำธุรกรรมต่าง ๆ จะกระทำโดยองค์กรธุรกิจต่างๆ   
ซึ่งมีรูปแบบหลัก ได้แก่ 1) sell-side marketplaces 2) buy-side marketplaces และ 3) electronic exchanges. 


1) Sell-side marketplace เป็นรูปแบบที่องค์กรต่างต้องการขายสินค้าของตนให้กับองค์กรอื่น ๆ รูปแบบนี้จะคล้ายๆกับ B2C คือ คาดว่าผู้ซื้อจะเข้ามายัง Web ของผู้ขาย ดูแคตตะล็อกแล้วสั่งซื้อ ดังนั้นกลไกหลักจะประกอบด้วย 

a) Electronic catalog ที่สามารถจัดให้เหมาะกับผู้ซื้อรายใหญ่ได้

b) การดำเนินงานแบบ Forward auctions
 
2) Buy-side marketplace รูปแบบ B2B model ที่องค์กรต่าง ๆ ซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการ ที่ตนเองต้องการจากองค์กรอื่น โดยอาศัยอิเลคทรอนิคส์ ส่วนมากจะดำเนินการผ่านทาง reverse auction 

E-procurement การจัดซื้อโดยอาศัยการสนับสนุนทางด้านอิเลคทรอนิคส์และมักเป็น แบบ Reverse auction สามารถแยกออกเป็นสองกลุ่ม คือ
    • Group Purchasing เป็นกลุ่มที่มียอดการสั่งซื้อจำนวนมากจากผู้ซื้อหลาย ๆ รายรวม กัน ทำให้มีอำนาจในการต่อรองเพื่อลดราคาลงมาได้มาก เนื่องจากเป็นการซื้อ จำนวนมาก (volume discount)
    • Desktop Purchasing: วิธีการหนึ่งของ E-procurement ซึ่งแคตตะล็อกของ Suppliersต่างๆ จะถูกรวมกันเป็น master catalog และใส่ไว้ใน Server ของผู้จัดซื้อ นั่นหมายความว่าผู้ซื้อสามารถเรียกดูแคตตะล็อกแบบอิเลคทรอนิคส์ และสั้งซื้อสินค้าได้จากโต๊ะทำงานของเขา
3) Public exchange (exchanges):  E-marketplace ซึ่งมีกลุ่มผู้ซื้อและผู้ขายจำนวนมาก ส่วนมากมักจะมีบริษัทที่สามเป็นเจ้าของและดำเนินงาน โดย พื้นฐานแล้วมี 4 ชนิดด้วยกัน ได้แก่
  • Vertical distributors for direct materials คือ B2B marketplaces ที่ซึ่งวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต ถูกจัดซื้อในสภาพแวดล้อมแบบ long-term relationship รู้จักกันทั่วไปในชื่อ systematic sourcing.

  • Vertical exchanges for indirect materials หมายถึง indirect materials ในอุตสาหกรรมหนึ่ง ๆ ถูกซื้อบนพื้นฐานของ “as-needed” (เรียก spot sourcing) ผู้ซื้อและ ผู้ขายอาจไม่รู้จักกัน ในกรณีของ vertical exchanges ราคาจะเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด เวลาทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสมดุลระหว่าง supply และ demand.


  • Horizontal distributors เป็นแบบ “many-to-many” e-marketplaces สำหรับ indirect materials ตัวอย่างเช่น วัตถุดิบสิ้นเปลืองที่ใช้ในสำนักงาน ในอุตสาหกรรมต่างๆ ราคามักจะคงที่ หรือ แล้วแต่ตกลงกันในรูปแบบ
systematic sourcing-type exchange.

  • Functional exchanges เป็นรูปแบบที่ต้องการใช้บริการ เช่น การช่วยเหลือชั่วคราว หรือ เช่าพื้นที่ค้าขายชั่วคราว ในเชิง“as-needed” (spot sourcing) ราคา มีการเคลื่อนไหวและขึ้นอยู่กับ supply และ demand เป็นอย่างมาก


เรียบเรียงจากบทความเรื่อง  E- Business and E-Commerce, Information Technology for Management: Transforming Organizations in the Digital Economy 7th Edition By Efraim Turban, Dorothy Leidner,  Ephraim McLean, James  Wetherbe (P.196 – 232)

Business-to-Consumer Applications(cont3)

Issues in E-tailing 

เนื่องจากธุรกิจ E-tailing มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้พบได้ว่าหลายๆรายกำลังประสบกับปัญหา หากไม่ได้รับแก้ไข ก็จะทำให้มีผลกระทบต่อ E-tailing ขององค์กร
 
1) จัดการแก้ปัญหาเรื่อง channel conflict ถ้าผู้ผลิตเป็นบริษัทแบบ click-and-mortar เมื่อเขาทำ online อาจจะส่งผลกระทบต่อตัวแทนจำหน่ายเดิม เรียกว่า channel conflict   ซึ่งผู้ผลิตอาจทำในรูปแบบของการเพิ่มในส่วนการโฆษณา การให้ข้อมูลสินค้า 

2) จัดการแก้ปัญหาความขัดแย้งภายในองค์กรแบบ click–and-mortar แต่เดิมองค์กรเป็นแบบ Brick-and-Mortar เมื่อตัดสินใจขายของออนไลน์ อาจทำให้เกิด ความขัดแย้งกับการทำงานในส่วนออฟไลน์ได้ 

3) จัดกลุ่มทางด้านการส่งมอบสินค้า และ logistics ซึ่ง E-tailers มักจะประสบกับปัญหาด้าน การจัดส่งสินค้าตั้งแต่จำนวนน้อยๆไปถึงจำนวนมากไปให้ผู้ซื้อ รวมไปถึงของที่ส่งกลับคืน
 
4) ค้นหาแนวทางในการดำเนินการต่อไป และ ความเสี่ยงของ online e-tailers ผู้ที่ทำ pure online e-tailer ในช่วง 2000 – 2003 มักประสบปัญหาเกี่ยวกับเงินสดหมุนเวียน การหาลูกค้า การจัดหาสินค้าตามใบสั่งซื้อ การคาดคะเนความต้องการของลูกค้า นอกจากนั้นยังมีคู่แข่งเพิ่มขึ้น เพราะผู้ค้ารายใหม่เข้ามาได้ง่าย ปัญหาของ e-tailer รายใหม่ก็คือ ทำอย่างไรจะดำเนินการต่อไปได้ยาวนานในขณะที่เงินทุนลดลง
 
5) การกำหนดถึง appropriate revenue models หมายถึง การทำธุรกิจแบบออนไลน์นั้น จะต้อง หาให้ได้ว่า จะทำกำไรได้อย่างไร เช่น ธุรกิจ dotcom ในอดีตคาดว่า จะทำ ได้เงินจากการขายโฆษณาบน web ตนเองในช่วงแรกที่พอเลี้ยงตัวเองได้ เมื่อคนรู้จัก มากขึ้น ๆ โฆษณาจะเข้ามามากขึ้นและสามารถขึ้นค่าโฆษณาได้ จะสามารถทำกำไร ได้ แต่ไม่เป็นเช่นนั้น ในช่วงแรกหาโฆษณาได้น้อยจนไม่สามารถเลี้ยงตัวเองรอด 




เรียบเรียงจากบทความเรื่อง  E- Business and E-Commerce, Information Technology for Management: Transforming Organizations in the Digital Economy 7th Edition By Efraim Turban, Dorothy Leidner,  Ephraim McLean, James  Wetherbe (P.196 – 232)

Business-to-Consumer Applications(cont2)

Customer Service

Phases in Customer Service Life Cycle หรือวงจรการให้บริการลูกค้าควรใช้แนวทางที่เรียกว่า a business life cycle process ซึ่งประกอบด้วย 4 ขั้นตอนดังต่อไปนี้
 
Phase 1:  Requirement
 
ช่วยกำหนดความต้องการของลูกค้า: ช่วยลูกค้าแยกแยะความต้องการต่างๆ ทางด้าน รูปภาพของผลิตภัณฑ์ การนำเสนอในรูปแบบของวิดีโอ การอธิบายในรูปแบบตัวอักษร บทความ หรือ การดาวน์โหลดไฟล์ตัวอย่าง
 
Phase 2: Acquisition
 
ช่วยรวบรวมสิ่งที่ลูกค้าต้องการ: ช่วยลูกค้าได้รับผลิตภัณฑ์หรือบริการตามที่ต้องการ ด้วยการจัดเตรียมการสั่งซื้อ การเจรจา การขาย และการส่งมอบสินค้า

Phase 3: Ownership
 
แสดงออกซึ่งความเป็นเจ้าของในการเข้าไปช่วยลูกค้า: สนับสนุนลูกค้าให้ดำเนินการต่อไปได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นบริการหลังการขาย หรือแม้กระทั่งการจัดเตรียมคำถามที่พบบ่อย

Phase 4: Retirement
 
ช่วยหาทางออกเมื่อเลิก/หยุดใช้งาน: ช่วยให้ผู้ซื้อแยกแยะการให้บริการหรือผลิตภัณฑ์  หาทางออกเมื่อต้องการหยุดใช้สินค้า



เรียบเรียงจากบทความเรื่อง  E- Business and E-Commerce, Information Technology for Management: Transforming Organizations in the Digital Economy 7th Edition By Efraim Turban, Dorothy Leidner,  Ephraim McLean, James  Wetherbe (P.196 – 232)